รับรองเอกสาร จากกงสุล
รับรองเอกสาร แบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ ได้ ดังนี้
- รับรองคำแปล
- รับรองสำเนา
- รับรองเอกสารราชการ
- การรับรองลายมือชื่อบุคคล
- ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
***************

งานด้านนิติกรณ์
คือ การที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ และประทับตรารับรองความถูกต้องของเอกสารว่ามีสาระชอบด้วยกฎหมาย และรับรองว่าผู้ทำเอกสารมีอำนาจในการทำเอกสารหรือได้ลงลายมือชื่อในเอกสารนั้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หน้าที่นี้ตามปกติในต่างประเทศเป็นเรื่องของ NOTARY PUBLIC
เอกสารสำคัญที่จะนำไปใช้อ้างอิงในต่างประเทศ จะต้องผ่านการับรองจากกระทรวงการต่างประเทศเสมอจึงจะได้รับการยอมรับว่าเป็นเอกสารที่ชอบด้วยกฎหมาย ในขณะที่เอกสารที่ทำในต่างประเทศหรือออกให้โดยทางการต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทยแล้วนำมาให้กระทรวงการต่างประเทศรับรองทางการไทยจึงจะยอมรับ
การรับรองเอกสารตามระเบียบกระทรวงฯปี 2539 มี 3 ประเภท คือ การรับรองคำแปลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การับรองสำเนาถูกต้อง และการรับรองลายมือชื่อ
***************
การรับรองเอกสาร
1.) การรับรองคำแปล
คือคำแปลของเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ /หรือภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยและ /หรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ เช่น ภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ เจ้าของภาษาเป็นผู้แปลภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย และรับรองคำแปลนั้นทั้งนี้ กระทรวงฯ จะรับรองคำแปลเฉพาะที่แปลจากเอกสารต้นฉบับที่ทางการไทยหรือทางการต่างประเทศออกให้ หรือรับรองให้เท่านั้น นอกจากนี้การแปลควรจะต้องให้คงรูปแบบให้มากที่สุด ครบถ้วน และถูกต้องในรายละเอียด รวมทั้งขอให้ผู้แปลลงนามรับรองคำแปลถูกต้อง และพิมพ์ชื่อสกุลอย่างชัดเจน โดยควรให้นักแปลอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาเป็นผู้แปลเพื่อความถูกต้อง และไม่ถูกปฏิเสธเพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศ
2.) การรับรองสำเนาถูกต้อง (CERTIFIED TRUE COPY)
- กระทรวงฯจะรับรองเฉพาะเอกสารที่ทางราชการไทยออกให้เท่านั้น
- การยื่นเรื่องให้รับรองต้องมีเอกสารต้นฉบับพร้อมถ่ายสำเนาอีก 1 ชุด หากต้องมากกว่า 1 ชุด ก็สามารถกระทำได้ โดยชำระค่าธรรมเนียมเพิ่ม
3.) รับรองเอกสารราชการ
4.) การรับรองลายมือชื่อบุคคล
- การรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามเอกสารต้องมีเอกสารต้นฉบับ
- การรับรองลายมือชื่อบุคคลในฐานะเจ้าของเอกสารและ/ หรือในฐานะผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลจะต้องเตรียมเอกสารมาเอง และต้องไปลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ถ้าเป็นบริษัทต้องนำหนังสือรับรองและตราประทับไปด้วย
***************
ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสารเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อปฏิบัติตามความในข้อ 9 แห่งระเบียบสำนักนายยกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2532 กระทรวงการต่างประเทศจึงวางระเบียบว่าด้วยการรับรองเอกสารไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
ข้อ 2. พ.ศ.2539″ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3. ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยขั้นตอนและระยะเวลาการยื่นและรับรองเอกสาร พ.ศ.2532
บรรดาระเบียบข้อบังคับและคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบฉบับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบทระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ส่วนที่ 1 การรับรองคำแปลเอกสาร
ตอนที่ 1 การรับรองคำแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
ข้อ 4. เอกสารที่จะนำมายื่นเพื่อขอให้รับรอง จะต้องเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับภาษาไทยที่ทางราชการออกให้ตามกฎหมาย หากเป็นเอกสารที่ภาคเอกชนจัดทำขึ้น จะต้องได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อน
ข้อ 5. การยื่นคำขอให้รับรองคำแปลดังกล่าว ให้ยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ตามแบบที่กำหนดต่อส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศพร้อมเอกสาร ดังต่อไปนี้
- ต้นฉบับภาษาไทย พร้อมสำเนา 2 ชุด ในกรณีที่ไม่มีต้นฉบับมาแสดง สำเนาที่นำมายื่นจะต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากส่วนราชการที่ออกเอกสารนั้น เว้นแต่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- ต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษที่ผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้องพร้อมสำเนา 1ชุด ในกรณีที่ส่วนราชการที่ออกเอกสารสามารถจัดทำคำแปลให้ได้ คำแปลที่นำมายื่นต้องเป็นคำแปลที่จัดทำโดยส่วนราชการนั้น ๆ
- บัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา 1 ชุด
- ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มอบอำนาจพร้อมสำเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลนั้น บัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มีอำนาจลงนามแทนพร้อมสำเนา 1 ชุด
ตอนที่ 2 การรับรองคำแปลเอกสารจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย
ข้อ 6. เอกสารที่นำมายื่นเพื่อขอให้รับรองคำแปล จะต้องเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศที่ทางราชการของประเทศนั้น ๆ ออกให้ หรือเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ ซึ่งภาคเอกชนจัดทำขึ้น เอกสารตามวรรคก่อนจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย
ในกรณีที่ยืนคำร้องต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวจะต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ แล้วแต่กรณี
ข้อ 7. การยื่นคำขอให้รับรองคำแปลดังกล่าว ให้ยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ตามแบบที่กำหนดต่อส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเอกสารดังต่อไปนี้
7.1 เอกสารที่ได้รับรองตามข้อ 6 พร้อมสำเนา 1 ชุด โดยมีต้นฉบับภาษาต่างประเทศมาแสดงด้วย
7.2 ต้นฉบับคำแปลภาษาไทยที่ผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้องพร้อมสำเนา 1 ชุด
7.3 บัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา 1 ชุด
7.4 ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มีอำนาจ พร้อมสำเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลนั้น บัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมสำเนา 1 ชุด
ข้อ 8. การยื่นคำร้องขอนิติกรณ์เพื่อขอให้รับรองคำแปลจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ให้แนบต้นฉบับภาษาต่างประเทศและต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย หรือได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ แล้วแต่กรณี พร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้องพร้อมสำเนาอย่างละ 1 ชุด
ในกรณีที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทยเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองคำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ให้แนบต้นฉบับภาษาต่างประเทศและต้นฉบับคำแปลภาษาไทยที่สถานทูตหรือสถานกงสุลดังกล่าวได้ประทับตรารับรองแล้วพร้อมสำเนาอย่างละ 1 ชุด
ส่วนที่ 2 การรับรองสำเนาเอกสาร
ข้อ 9. เอกสารที่นำมายื่นเพื่อขอให้รับรองสำเนาจะต้องเป็นเอกสารที่ทำสำเนาจากต้นฉบับที่ทางราชการไทยออกให้ ในกรณีที่ไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดงสำเนาเอกสารที่นำมายื่นเพื่อขอให้รับรอง จะต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากส่วนราชการที่ออกเอกสารนั้น เว้นแต่ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ สำเนาที่นำมาแสดงจะต้องอ่านได้ความชัดเจนมีข้อความตรงกันกับต้นฉบับ
การยื่นคำร้องขอให้รับรองสำเนาดังกล่าว ให้ยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ตามแบบที่กำหนดต่อส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับเอกสารดังต่อไปนี้
9.1 ต้นฉบับหรือสำเนาเอกสารที่ได้รับรองจากส่วนราชการที่ออกเอกสารนั้น พร้อมสำเนา 2 ชุด
9.2 บัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา 1 ชุด
9.3 ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอำนาจ และบัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มอบอำนาจ พร้อมสำเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลนั้น บัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มีอำนาจลงนามแทน พร้อมสำเนา 1 ชุด
ส่วนที่ 3 การรับรองลายมือชื่อ
ข้อ 10. เอกสารที่นำมายื่นเพื่อขอให้รับรองลายมือชื่อ จะต้องเป็นเอกสารต้นฉบับที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามของส่วนราชการนั้น ๆ หรือเจ้าหน้าที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของต่างประเทศในประเทศไทย ในกรณีที่ยื่นคำร้องต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวจะต้องเป็นเอกสารที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ แล้วแต่กรณี
การรับรองลายมือชื่อจะกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดังกล่าวได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อให้ไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
การยื่นคำร้องให้รับรองลายมือชื่อให้ยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ตามแบบที่กำหนดต่อส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศไทย พร้อมเอกสารดังต่อไปนี้
10.1 สำเนาเอกสารที่ขอให้รับรองลายมือชื่อ จำนวน 1 ชุด
10.2 บัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา 1 ชุด
10.3 ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มอบอำนาจพร้อมสำเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลนั้น บัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมสำเนา 1 ชุด
ข้อ 11. ในกรณีที่ขอให้รับรองลายมือชื่อบุคคล ผู้นั้นจะต้องมาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่โดยให้ยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ ตามแบบที่กำหนด ต่อส่วนราชการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้
11.1 ต้นฉบับเอกสารที่จะต้องลงลายมือชื่อต่อเจ้าหน้าที่พร้อมสำเนา 1 ชุด
11.2 บัตรประจำตัว หรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา 1 ชุด
ข้อ 12. ในกรณีที่ขอให้รับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลนั้น ๆ มาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ โดยยื่นคำร้องขอนิติกรณ์ตามแบบที่กำหนดต่อส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้
12.1 ต้นฉบับเอกสารที่จะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ พร้อมสำเนา 1 ชุด
12.2 บัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้ที่จะลงลายมือชื่อพร้อมสำเนา 1 ชุด
12.3 หนังสือรับรองการมีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล
ข้อ 13. การรับรองลายมือชื่อตามข้อ 11 และข้อ 12 เนื้อหาของเอกสารที่นำมาแสดง และวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ 14. เอกสารที่ทำขึ้นในต่างประเทศ และได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศหรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่น ตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ หากผู้ร้องนำมายื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอให้รับรอง เอกสารดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจาก สถานทูตหรือกงสุลของไทยที่มีเขตอาณาในประเทศนั้น ๆ ก่อน
ส่วนที่ 4 ตราประทับ
ข้อ 15. การรับรองคำแปลเอกสาร เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ตรวจสอบถ้อยคำและเนื้อความในคำแปลแล้วเห็นว่าถูกต้องตรงกัน ให้รับรองโดยใช้คำรับรองว่า “certified correct translation” หรือ “ขอรับรองว่าเป็นคำแปลถูกต้อง” การรับรองคำแปลเช่นว่านี้ให้ใช้กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แปล การรับรองคำแปลกรณีที่หน่วยราชการอื่นหรือเอกชนเป็นผู้แปลและผู้แปลลงลายมือชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง ให้ใช้คำรับรองว่า ” seen at the Ministry of Foreign Affairs” หรือ ” กระทรวงการต่างประเทศได้ทราบแล้ว ” หรือ ” Seen at the Royal Thai Embassy ” หรือ ” สถานเอกอัครราชทูตได้ทราบแล้ว ” หรือ ” Seen at the Royal Thai Consulate-General ” หรือ ” สถานกงสุลใหญ่ได้ทราบแล้ว ” แล้วแต่กรณี
ข้อ 16. การรับรองสำเนาให้ใช้คำรับรองว่า ” certified true copy “
ข้อ 17. การรับรองลายมือชื่อตามข้อ 10 เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจให้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่ได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อให้ไว้เป็นหลักฐาน ให้ใช้คำรับรองว่า ” certified genuine signature of ……” หรือ ” ขอรับรองว่าเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของ…”
สำหรับการรับรองลายมือชื่อตาม ข้อ 11 และข้อ 12 ให้ใช้คำรับรองว่า ” certified genuine signature of …… ” และให้มีข้อความว่า ” The Ministry of Foreign Affairs หรือ The Royal Thai Embassy หรือ The Royal Thai Consulate-General assumes no responsibility for the contents of the document ” แล้วแต่กรณี
ข้อ 18. การรับรองทุกครั้งให้ระบุเลขที่นิติกรณ์ วันที่ สถานที่ คำรับรอง และลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ พร้อมด้วยตำแหน่ง และตราประทับของส่วนราชการ
ส่วนที่ 5 ทะเบียนนิติกรณ์และค่าธรรมเนียม
ข้อ 19. ให้เจ้าหน้าที่จัดทำสมุดทะเบียนนิติกรณ์ประจำส่วนราชการ โดยให้มีรายการดังต่อไปนี้
19.1 วันที่รับเอกสาร
19.2 ชื่อผู้ยื่นคำร้อง
19.3 ชื่อเจ้าของเอกสาร
19.4 ประเภทของเอกสาร
19.5 เลขที่ นิติกรณ์
19.6 วันเดือนปี นิติกรณ์
19.7 วันที่จ่ายเอกสาร
ข้อ 20. ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ และให้บริการรับรองเอกสารที่มีผู้ยื่นคำขอนิติกรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 2 วันทำการ ไม่นับวันที่ได้รับคำขอ ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นต้องส่งเอกสาร ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องของไทยตรวจสอบความถูกต้องก่อน ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการต้องไม่เกิน 45 วัน
ข้อ 21. อัตราค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสาร ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศ
ข้อมูลจาก กรมการกงศุล กระทรวงต่างประเทศ
***************
แปลเอกสาร สำคัญ เอกสารราชการทุกชนิด พร้อมเซ็นต์+ประทับตรา รับรองความถูกต้อง เช่น
- แปลบัตรประชาชน
- แปลทะเบียนบ้าน
- แปลทรานสคริป, แปล Transcript, แปลใบเกรด, แปลใบจบ
- แปลใบขับขี่
- แปลสูติบัตร, แปลใบแจ้งเกิด
- แปลมรณบัตร, แปลใบแจ้งตาย
- แปลใบเปลี่ยนชื่อ
- แปลใบเปลี่ยนนามสกุล
- แปลใบสมรส, แปลทะเบียนสมรส
- แปลใบหย่า, แปลทะเบียนหย่า
- แปลใบทะเบียนพาณิชย์, แปลทะเบียนพาณิชย์
- แปลหนังสือจดทะเบียนบริษัท, แปลหนังสือรับรองบริษัท
- แปลหนังสือจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
- แปลหนังสือจดทะเบียนการค้า
- แปลหนังสือบริคณฑ์สนธิ
- แปลประกาศนียบัตร, แปลใบประกาศ
- แปลเอกสารราชการ
- แปลสัญญาเช่า
- แปลสัญญากู้เงิน, แปลสัญญาเงินกู้
- แปลหนังสือสัญญา
- แปลหนังสือรับรอง
- แปลหนังสือเดินทาง, แปล Passport
- แปลจดหมายธุรกิจ, แปลจดหมาย
- แปลเอกสารยื่นวีซ่า, แปลเอกสารเพื่อใช้ขอวีซ่า
- แปลเอกสารขอวีซ่า
- แปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
- แปลเอกสารจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
![]()
2 Responses to รับรองเอกสาร จากกงสุล
ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ
คำถามล่าสุด
admin { ส่งรายละเอียดค่าบริการให้ทางอีเมลแล้วครับ } – พ.ค. 10, 5:00 PM
กวินธิดา { อยากทราบว่า..แปลใบสูติบัตร 3 ใบ , ใบสมรส , ใบเปลี่ยนชื่อ 2... } – พ.ค. 10, 11:30 AM
admin { รบกวนส่งไฟล์ที่ต้องการทราบราคาแปล และระยะเวลาแปล มาทางอีเมลนะครับ } – พ.ค. 02, 5:12 PM
admin { ถ้าต้องการทราบราคา รบกวนส่งอีเมลพร้อมไฟล์เอกสารที่ต้องการแปลมาประเมินทางอีเมลตามหน้าเว็บไซด์นะครับ ซึ่งสามารถถ่ายรูปหรือสแกนก็ได้ครับ } – พ.ค. 02, 5:12 PM
นก { แปลใบขับขี่ คิดเท่าไหร่คะ ใช้เวลากี่วัน แล้วจะส่งเอกสารให้ยังไง? สแกนส่งทางเมล์เหรอคะ } – พ.ค. 02, 4:37 PM
หมวดหมู่
รับรองเอกสารแปล เอกสารแปล แปล Transcript แปลทรานสคริป แปลทะเบียนบ้าน แปลทะเบียนสมรส แปลทะเบียนหย่า แปลบัตรประชาชน แปลประกาศนียบัตร แปลมรณบัตร แปลสัญญากู้เงิน แปลสัญญาเงินกู้ แปลสัญญาเช่า แปลสูติบัตร แปลหนังสือจดทะเบียนการค้า แปลหนังสือจดทะเบียนบริษัท แปลหนังสือจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน แปลหนังสือสัญญา แปลหนังสือเดินทาง แปลเอกสาร แปลเอกสารขอวีซ่า แปลเอกสารจาก ภาษาอังกฤษ เป็น ภาษาไทย แปลเอกสารจาก ภาษาไทย เป็น ภาษาอังกฤษ แปลเอกสารยื่นวีซ่า แปลเอกสารราชการ แปลใบขับขี่ แปลใบทะเบียนพาณิชย์ แปลใบบริคณห์สนธิ แปลใบสมรส แปลใบหย่า แปลใบเกรด แปลใบเปลี่ยนชื่อ แปลใบเปลี่ยนนามสกุล


ไม่ทราบว่ารับทำแค่ รับรองเอกสารจากกงสุล และสถานทูตมั้ยค่ะ และ ค่าบริการเท่าไหร่ค่ะ
ขออภัยด้วยครับ ยังไม่มีบริการในส่วนนี้ครับ